ที่มาของ April Fool's Day จ้า

posted on 01 Apr 2010 19:31 by nutsunakun

วันเอพริลฟูลส์ (อังกฤษ: April Fool's Day)

หรือเรียกในชื่ออื่นว่า วันเมษาหน้าโง่, วันโกหกเดือนเมษายน, วันเทศกาลคนโง่

เป็นเทศกาลในวันที่ 1 เมษายน วันนี้เป็นวันที่จะอนุญาตให้โกหกต่อกันได้

โดยไม่ถือโกรธ ในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับของวันนี้

อาจมีเหตุการณ์น่าตกใจ ตื่นเต้นเป็นหัวข้อข่าว

แต่แล้วในวันรุ่งขึ้นต่อมาจึงได้เฉลยว่าข่าวที่ลงไปนั้นไม่เป็นความจริงแต่ อย่างใด

เทศกาลนี้เริ่มขึ้นที่ประเทศ ฝรั่งเศสและเป็นที่นิยมกันไปทั่วโลก ในประเทศไทย

เริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา


ย้อนหลัง กลับไปในศตวรรษที่ 16

ประเทศฝรั่งเศสถือว่าวันที่ 1 เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่

ผู้คนจะพากันเฉลิมฉลอง กันอย่างครึกครื้นจนถึงค่ำ

แต่มาในปี ค.ศ. 1592 พระสันตปาปาเกรเกอรี่

ได้ประกาศใช้ปฏิทินใหม่สำหรับชาวคริสต์

ทำให้วันปีใหม่ถูกเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปเป็นวันที่ 1 เดือนมกราคม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาด้านการสื่อสารที่ล่าช้าในยุคนั้น

ยังคงมีประชาชนบางส่วนที่ไม่รู้

หรือรู้แต่ไม่เชื่อเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

พวกเขายังจัดงานฉลองวันปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายนตามเดิม

ทำให้คนอื่นๆ พากันเรียกพวกเขาว่า " พวกเมษาหน้าโง่" (April Fools)

แล้วพยายามกลั่นแกล้งคนพวกนี้โดยส่งข้อความไปหลอก

หรือล่อลวงให้หลงเชื่อเรื่องโกหกทั้งหลายว่าเป็นเรื่องจริง

ใน ปัจจุบัน วันที่ 1 เมษายนจะถูกเรียกว่า "Poisson d'Avril"

พวกเด็กๆ จะแกล้งเพื่อนๆ ด้วยการเอากระดาษรูปปลาไปแปะไว้ข้างหลัง

เมื่อฝ่ายที่ถูกแกล้งรู้ตัว คนแกล้งจะตะโกนว่า "Poisson d'Avril!" (April Fish!)

ซึ่งเป็นคำที่คนฝรั่งเศษใช้เรียกคนที่ถูกหลอก หรือถูกแกล้งในวันที่ 1 เมษายน

และเช่นเดียวกัน ชาวอเมริกันก็นิยมหยอกล้อเพื่อนฝูงหรือคนแปลกหน้า

ซึ่งการโกหกที่เป็นสากลที่สุดในวันนี้

คือการชี้ไปที่รองเท้าของเพื่อน และพูดออกมาว่า "เชือกรองเท้าของเธอหลุดแน่ะ"

นอกจากนี้ ถ้าย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 19

พวกอาจารย์จะแกล้งบอกกับลูกศิษย์ของเขาว่า "ดูโน่นสิ! ฝูงห่าน"

แล้วชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า

ส่วนในโรงเรียนต่างๆ กลุ่มนักเรียนจะหลอกเพื่อนคนอื่นว่า

โรงเรียนงดการเรียนการสอนในวันนั้น

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการโกหกแบบไหน

เมื่อไหร่ที่เหยื่อตกหลุมพรางตามแผนที่คนแกล้งวางเอาไว้แล้ว

คนแกล้งจะตะโกนออกมาว่า "April Fool!"

อีกหนึ่งกลอุบายในการกลั่น แกล้งที่แทบจะกลายเป็นธรมเนียมปฏิบัติ

คือการเทเกลือลงในโถใส่น้ำตาลเพื่อแกล้งคนที่นั่งข้างๆ

แน่นอนว่าวิธีนี้คงไม่ดีแน่ถ้าจะเล่นกับคนแปลกหน้า

แต่สำหรับนักเรียนหอ พวกเขามักจะมีกลเม็ดเด็ดๆ

ที่จะทำให้แกล้งฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแนบเนียน แถมได้ผลอยู่เสมอ

นั่นก็คือการหมุนเข็มนาฬิกาของตัวเองให้เดินช้า 1 ชั่วโมง

เพื่อหลอกรูมเมทให้มาเข้าชั้นเรียนผิดเวลา

หัวใจของการโกหกในวัน April Fool Day คือความตลก

โดยเรื่องที่โกหกต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ไม่ทำอันตรายให้คนอื่น

ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่เกี่ยวกับความเป็นความตาย เพราะฉะนั้น

กลอุบายที่ยอดเยี่ยมที่สุดจะต้องทำให้ทุกคนหัวเราะได้ โดยเฉพาะคนที่ตกเป็นเหยื่อ

 

 ที่มา www.dek-d.com จ้า

 ปล. เนื่องจากวันนี้เป็นวัน April Fool's Day

ให้ึคนที่ยังไม่ได้โกหกใครมาโกหกกันได้โดยตอบเม้นข้างล่างนะคะ

และสำหรับคนที่แกล้งคนอื่นแล้วสารภาพมาซะดี ๆ ว่าโกหกใครเรื่องอะไร

ไปบ้าง โดยการเม้นข้างล่างเลยจ้าา

 

Happy  April Fool's Day ค่ะ ^^

 

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งทราบค่ะ..
ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้นะจ๊ะ big smile

#11 By PunPrai on 2010-04-05 11:36

แอบพึ่งรู้นะนี่ว่ามาจากฝรั่งเศสเนี่ยbig smile

#10 By meawnoy on 2010-04-02 21:48

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

ช้าไปหนึ่งวัน แต่ก็อยากบอกว่า Happy April Fool's Day ครับ

#9 By 1234 on 2010-04-02 17:17

เจอตลกแป้กจนเอียนเลยล่ะ sad smile
แฮปปี้ๆ cry

#8 By Critical#Zeed on 2010-04-02 06:13

ขอบคุณนะครับ ได้ความรู้เกี่ยวกับวันนี้เยอะขึ้นมากๆเลย

#7 By Kuroiketaro on 2010-04-02 00:35

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบ้านครับ

วันนี้ทดลองพยายามโกหกหัวใจตัวเองมาทั้งวัน พบข้อสรุปว่า ทำไม่ได้จริงๆ ^_^

#6 By BoatmasterZZZ on 2010-04-01 21:41

อ่านไปได้ความรู้มากๆครับ แถมแอบอมยิ้มด้วย big smile
สาระดีมากๆครับ Hot! Hot!

#5 By haamaan on 2010-04-01 21:41

555+
วันนี้ยังไม่ได้โกหกใครเลยค่ะ
แต่โดนหลอกทั้งวันเลย อิอิ

#4 By Palmiez on 2010-04-01 21:02

บอกเพื่อนว่าไม่ได้เอาการ์ตูนมาให้ แต่จริงๆเอามาให้
บอกเพื่อนว่าไม่ได้เอาชุดคอสมาให้ แต่ให้มันตอนจะกลับบ้าน(ฮา)
เป็นการโกหกที่สิ้นคิดที่สุดแล้ว
ได้ความรู้เรื่องAprilFoolดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ big smile

#3 By yuklian on 2010-04-01 21:01

555+

question

#2 By ღ。Nahmfonღ。 on 2010-04-01 20:27

Happy April Fool's Day เช่นกันค่าาาา

ได้ความรู้ดีแหะ

แต่มุขเชือกรองเท้าหลุดนี่
- -+ ได้ผลนะคะ
question

#1 By CHO-RUN on 2010-04-01 20:04